หนังใหม่ jumanji ยินดีต้อนรับสู่การผจญภัยครั้งใหม่

หนังใหม่ jumanji ยินดีต้อนรับสู่การผจญภัยครั้งใหม่ Jumanji ลองเปลี่ยนบรรยากาศไปว่ากันถึงหนังประเภทแฟนตาซี หนักไปทางจินตนาการสำหรับพวกเด็กๆก็แล้วกัน เพราะช่วง “วันเด็ก” ที่ผ่านมา ไม่ได้พูด ไม่ได้เขียน อะไรถึงพวกเด็กๆเขาเลย ก็เลยขอยกยอดมาชดเชยไว้ในสัปดาห์นี้ ด้วยการนำเอาหนังที่ต้องเรียกว่า “ไม่ถึงกับเก่า” หรือหนังปีค.ศ. 1995 เพียงแค่ 20 กว่าปีเท่านั้นเอง คือเรื่อง “Jumanji”มาลองเสนอ แนะนำ เอาไว้ ณ ที่นี้…

เหตุที่หยิบเอามาแนะนำ เพราะถือเป็นหนังที่ออกจะสนุกสนาน ตื่นเต้น มีเอฟฟ่ง เอฟเฟค ที่พอจะช่วยให้พวกเด็กๆรุ่นใหม่ เขาอาจไม่ถึงกับต้องเบื่อ ต้องเอียนจนเกินไป คืออาจด้วยเหตุเพราะ “ต่อมรับรส” ต่างๆ ระหว่าง “เด็กรุ่นเก่า” กับ “เด็กรุ่นใหม่ๆ” มันอาจเกิดกระบวนการ “กลายพันธุ์” มิวเตชั่นไปเป็นคนละเรื่อง คนละม้วน อย่างไม่อาจนำมาผสมรวมเป็น “คนละเรื่องเดียวกัน” ได้ง่ายๆ เรียกว่า…ถ้าจับ “เด็กรุ่นใหม่” ไปขัง แล้วเปิดเพลงประเภทคลาสสิค ไทยเดิม หรือเพลงฝรั่งรุ่นเก่าๆ ยุคซิกส์ตี้ เซเวนตี้ ให้ฟังกันวันละ 3 เวลาหลังอาหาร เผลอๆ…เด็กเขาอาจเกิดอาการ “เหี่ยวปลาย” หรือ “เหี่ยวตาย” เอาเลยก็ไม่แน่!!!

ในทำนองเดียวกัน…ถ้าจับเอา “เด็กรุ่นเก่าๆ” หรือเด็กที่โตเป็นผู้ใหญ่ไปนานแล้ว หรืออาจกลายสภาพเป็นคนแก่ คนชรา ไปแล้วก็ตาม ไปขังไว้ แล้วเปิดเพลงประเภท “เจ็บนิ้วโป้งจัง” หรือเพลงที่พวกคนรุ่นใหม่เขาร้องๆอยู่ในทุกวันนี้ ให้ฟังกันชนิด 3 เวลาหลังอาหาร เป็นไปได้เอามากๆว่า…เด็กรุ่นเก่าๆ หรือผู้ใหญ่ หรือคนแก่ คนชราเหล่านั้น อาจถึงขั้นน้ำลายฟูมปาก ตาขวาง หางตก กลายสภาพเป็น “มนุษย์หมาป่า” ได้ในแค่ไม่กี่วัน กี่ชั่วโมง ด้วยเหตุเพราะ “ต่อมรับรส” หรือประสาทสัมผัส ไม่ว่าทางหู ทางตา ทางปาก คอ จมูก มันออกจะเป็น “คนละเรื่อง-คนละม้วน” อย่างที่ว่าๆเอาไว้แล้วนั่นแล…

ดังนั้น…สำหรับหนังที่ “ไม่ถึงกับเก่า” อย่าง “Jumanji” นั้น อาจถือว่าออกไปในแนวกลางๆ หรือแนวที่ไม่ว่ารุ่นใหม่ หรือรุ่นเก่า น่าจะ “พอรับได้” ไปด้วยกันทั้งสิ้น คือแม้ว่าโดยเนื้อเรื่อง โครงเรื่อง อาจไม่ต่างอะไรไปจากหนังเด็กสไตล์ “วอลท์ ดิสนีย์” ยุคของแท้แต่ดั้งเดิม คือออกไปทางคล้ายๆนิทาน นิยาย ที่มีทั้งความสนุกสนาน น่ารัก น่าตื่นเต้นแบบเด็กๆ แถมยังมี “คติ” หรือมีข้อคิด สะกิดใจ ที่สอดแทรกเอาไว้ไม่ต่างไปจาก “เข็มทิศ” อันจะช่วยชี้แนะ ชี้นำ ชี้ทาง ในขณะที่กำลังเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ ทำนองนั้น แต่ขณะเดียวกัน “Jumanji” ก็ยังมีเอฟเฟค แอนนิเมชั่น มีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาเป็นตัวสร้างสีสัน ที่ทำให้พวกเด็กๆรุ่นที่ต้องโตขึ้นมาพร้อมๆกับเทคโนโลยีทั้งหลาย เขาอาจไม่ถึงกับ “แปลกแยก” จนเกินไป…

โดยเนื้อเรื่อง โครงเรื่อง ของหนังเรื่องนี้…ว่ากันว่า มีจุดเริ่มต้นมาจาก “นิทานภาพ” หรือ “หนังสือภาพ” ที่เขียนขึ้นมาเพื่อพวกเด็กๆ โดยเฉพาะ ด้วยการนิรมิตรังสรรค์ของศิลปินและนักเขียนหนังสือภาพสำหรับเด็กชาวอเมริกัน ผู้มีนามกรว่า “คริส แวน ออลสเบอร์ก” (Chris Van Allsburg) ที่เขียนหรือสร้างหนังสือเรื่องนี้เอาไว้ตั้งแต่ปีค.ศ. 1986 จนได้รับรางวัลเหรียญเชิดชูเกียรติยศ หรือรางวัล “Caldecott Medal” ที่มอบให้กับนักเขียน นักสร้าง หนังสือภาพของเด็กเป็นการเฉพาะ ส่วนตัวของนาย “คริส ออลสเบอร์ก” ที่ว่านี้ ถ้าว่ากันตาม“ประวัติ” น่าจะออกไปทาง “ศิลปิน” ประเภทถนัดในการแกะสลัก การทำรูปหล่อจากโลหะ จากเรซิน อะไรทำนองนั้น เพราะจบมาทางด้านอาร์ต ด้านดีไซน์ จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน แต่เริ่มหันมาเอาดีทางการเขียน การทำหนังสือภาพสำหรับเด็ก เพราะภริยาเป็นผู้กระตุ้น ผู้ชี้ชวน แนะนำ จนประสบความสำเร็จ แบบชนิดเป็นกอบเป็นกำ…

เพราะไม่ใช่แค่หนังสือภาพเรื่อง “Jumanji” เท่านั้น…ที่ถูกพวกนักสร้างหนังฮอลลีวู้ดเอาไปทำเป็นหนัง หนังสือภาพอีกเรื่องหนึ่งชื่อว่า “The Polar Express”ยังถูกผู้กำกับชื่อดัง อย่าง “โรเบิร์ต เซเมคคิส” (Robert Zemeckis) เอาไปสร้างเป็นหนังการ์ตูนแอนิเมชั่น ที่ต้องถือเป็นอีกเรื่องที่ดูได้ ดูดี ดูสนุกสนาน ตื่นเต้น แถมมีอุทาหรณ์สอนใจที่ประณีต ลึกซึ้ง มิใช่น้อย แต่สำหรับเรื่อง “Jumanji” นั้น ได้ผู้กำกับอย่าง “โจ จอห์นสตัน” (Joe Johnston)ที่เคยกำกับหนังดังๆหลายเรื่อง อย่างเรื่องมนุษย์จรวด หรือ “The Rocketeer” เป็นต้น มาเป็นผู้กำกับ โดยมอบหมายให้นักเขียนวรรณกรรมสำหรับเด็ก อย่าง “เกรก เทย์เลอร์” (Greg Taylor) และนักเขียนบทภาพยนตร์ “โจนาธาน เฮนซเลกห์” (Jonathan Hen Sleigh) ร่วมกันแปลงเค้าเรื่อง โครงเรื่อง จากหนังสือภาพสำหรับเด็ก ให้กลายเป็นหนังเรื่อง “Jumanji” ที่เด็กดูได้ ผู้ใหญ่ดูดี ไปด้วยประการละฉะนี้…

สำหรับเค้าเรื่อง โครงเรื่องนั้น…ออกไปทางนิยายแฟนตาซี คือเรื่องของเด็กชายอายุ 12 ปี ชื่อว่า “อลัน พาร์ริช” (Alan Parrish)ลูกชายเจ้าของโรงงานรองเท้า ที่ออกจะอ่อนปวกๆเปียกๆอยู่ซักหน่อย ไม่ค่อยกล้าสู้ กล้าทำ อะไรต่อมิอะไรอย่างใครเขา และเผอิญวันหนึ่งไปเจอเอา “เกมกระดานเวทย์มนต์” ที่เรียกว่า “Jumanji” ก็เลยลองเอามาเล่นกับเพื่อนผู้หญิง จนกลายเป็นเรื่อง เป็นราว เป็นนิยาย เป็นหนัง ให้บรรดาผู้อ่าน ผู้ดูทั้งหลาย หนีไม่พ้นต้องตื่นเต้น สนุกสนาน เขย่าขวัญสั่นประสาท แถมตลกโปกฮา ชนิดพอได้หัวเราะระดับปัสสาวะราด ปัสสาวะไหล อยู่พอสมควร เพราะบรรดาดาราที่ถูกนำมารับบทต่างๆ ในหนังเรื่องนี้ ไม่ว่าอภิมหาดาราเจ้าบทบาท อย่าง “โรบิน วิลเลียมส์” (Robin Williams)ที่แสดงเป็นเด็กชาย “อลัน” ตอนโตแล้ว หรือตอนที่หลุดออกมาจากกระดานเวทย์มนต์ “บอนนี่ ฮันท์” (Bonnie Hunt)ที่รับบทเป็นเพื่อนหญิงตอนโตแล้ว หรือเป็นนางเอกของเรื่อง ไปจนถึงดาราเด็ก อย่าง “เคอร์สเทน ดันทส์” (Kirsten Dunst)และ “แบรดลีย์ เพียร์ซ” (Bradley Pierce) สองพี่น้องผู้ว้าเหว่ ผู้กำพร้าพ่อ-แม่มาตั้งแต่เด็กๆ แต่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องโยงใยกับเกมกระดานเวทย์มนต์ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ฯลฯ ต่างถือว่า…ล้วนแต่ “ตีบทแตก” ไปด้วยกันทั้งสิ้น…

แม้แต่ “ตัวตลก” ที่มีดาราผิวสีอย่าง “เดวิด อลัน เกียร์” (David Alan Grier)มารับเป็นตำรวจ หรือเป็นผู้ช่วยพระเอก นางเอก ผู้ช่วยเด็ก ก็แล้วแต่จะว่ากันไป แค่เฉพาะการแสดงออกถึงสีหน้า สีตา ในระหว่างกำลังเกาะแพหนีจระเข้ ก็เล่นเอา “ฮา” กันชนิดเยี่ยวราด เยี่ยวไหล ดังนั้น…เมื่อลงโรงออกฉาย ก็กลายเป็นหนังที่ “ทำรายได้” ไม่น้อยทีเดียว คือรวมๆแล้วน่าจะฟันรายได้ทั่วโลกไม่น้อยกว่า 262.8 ล้านดอลลาร์ และทำให้คำว่า “Jumanji” กลายเป็นที่รู้จัก เป็นคำยอดฮิต ติดตลาด ชนิดหนังการ์ตูนทีวี.ต้องเอาไปสร้าง ไปถ่ายทอดเป็นมินิซีรีส์ออกฉายสัปดาห์ต่อสัปดาห์ ถูกเอาไปทำเป็น “เกมวิดีโอ” หลอกเด็กๆให้มาเล่น โดยไม่คิดจะสอดแทรก “คติ” ใดๆเอาไว้เลย หรือยังถูกนำไปสร้างเป็นหนัง “Jumanji” เวอร์ชั่นใหม่ ที่ดันไปคว้าเอาอดีตนักมวยปล้ำมาเป็นพระเอก ชนิด “ดูไม่ได้” หรือไม่ควรหลงไปดูโดยเด็ดขาด…

เอาเป็นว่า…สำหรับบรรดาพวกเด็กๆแล้ว ไม่ว่ารุ่นเก่า รุ่นใหม่ หรือรุ่นใดๆก็แล้วแต่ การชี้แนะ ชี้นำ การส่งมอบ “เข็มทิศ” ให้กับพวกเขาทั้งหลายด้วยความรัก ความปรารถนาดี น่าจะถือเป็นสิ่งที่มีค่า หรืออาจถือเป็น “หน้าที่”ของผู้ซึ่งเติบโตขึ้นมาเป็น “ผู้ใหญ่” เอาเลยก็ว่าได้ อย่าไปถือเป็นการ “ยัดเยียด” การ “สร้างกรอบ” “ตีกรอบ” อะไรมากมายจนเกินไป โดยเฉพาะถ้าหากมันเกิดขึ้นบนพื้นฐานแห่งความบริสุทธิ์ใจ แห่งความต้องการที่จะให้โลก ให้สังคม เป็นไปในทางที่ดี ทางที่ “ธรรมะ” หรือศีลธรรมไม่อาจเหือดหายไปจากโลก เพราะมันคงไม่ต่างอะไรไปจากการส่งมอบ “คบไฟ” จากรุ่นไปสู่รุ่น…นั่นเอง…

หมวดหมู่ : แอ็คชัน / ผจญภัย / ตลก
ผู้กำกับ : เจค คสแดัน
นักแสดง : ดเวย์น จอห์นสัน,คาเรน กิลแลน, เควิน ฮาร์ต, แจ็ก แบล็ก
เข้าฉาย : 25 ธันวาคม 2019